
โรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด เป็นโรคที่รักษาไม่หาย มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปจะพบได้น้อย โรคอัลไซเมอร์ในระยะแรกเริ่มมีอาการ อาจปรากฏขึ้นเร็วกว่านี้ บางทีอาจก่อนอายุ 50 ปีเลยก็เป็นได้
อาการ
ที่สังเกตได้ในระยะแรกสุดของโรคมักไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่เป็นอาการอย่างอื่น เช่น ความเครียดหรือความผิดปกติทางจิตอื่นๆ ในระยะแรก อาการที่พบบ่อยที่สุดคือการสูญเสียความจำ และความยากลำบากในการจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่นาน อาการต่างๆ ที่ตามมาได้แก่ ความสับสน หงุดหงิด ก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวน พูดไม่ชัด สูญเสียความจำระยะยาว และการถอนตัวทางสังคม โดยทั่วไปของผู้ป่วยเมื่อความรู้สึกต่างๆลดลง การทำงานของร่างกายก็จะค่อยๆ ลดลง จนถึงขั้นนำไปสู่ความตายในที่สุด
โรคอัลไซเมอร์มี 3 ขั้นตอนหลัก
1.ระยะเริ่มต้น
– ค่อยๆ เพิ่มความสับสนมึนงงไม่รู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน มีแนวโน้มที่จะหลงทางได้ง่าย
– สูญเสียความสามารถในการทำกิจกรรมด้วยความคิดริเริ่มของตัวเอง
– หลีกเลี่ยงการเผชิญสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย เช่น การไปเที่ยว
– ตอบสนองล่าช้าและลดความสามารถในการเรียนรู้ลง
– เริ่มพูดในอัตราที่ช้าลงกว่าเมื่อก่อนมาก
– มีปัญหาในการจัดการเรื่องเงินทอง
– ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณแย่ลง และตัดสินใจผิดพลาดบ่อย
– อาจมีอารมณ์หงุดหงิดและมีอาการซึมเศร้า และประหม่า
อาการเหล่านี้มักจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อบุคคลนั้นอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือต้องรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติหรือไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
2. ระยะกลาง
– หลงลืมเพื่อนสนิท หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัว
– กระสับกระส่ายและรู้สึกสับสน
– มีปัญหากับกิจกรรมง่าย ๆ เช่น การอ่าน การเขียน และเลขคณิตง่ายๆ
– มีปัญหาในการจัดระเบียบความคิดในการลำดับขั้นตอน
– มีปัญหาในการแต่งตัว
– หงุดหงิดง่าย และไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
– เชื่อในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล สงสัยระแวงผู้อื่น
– ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง
3. ระยะสุดท้าย
ในระยะสุดท้ายของโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้
– ไม่สามารถอาบน้ำ กินข้าว แต่งกาย หรือเข้าห้องน้ำได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป
– อาจถูกกักตัวไว้บนเตียงหรือรถเข็นผู้ป่วย
– สูญเสียความสามารถในการเคี้ยวอาหาร
– เสียการทรงตัวได้ง่ายและอาจล้มบ่อย
– สับสนมึนงงอย่างมากและมีอาการนอนไม่หลับ
– ไม่สามารถสื่อสารด้วยวาจาได้
– มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
ในปัจุบันความเป็นไปได้ในการรักษาภาวะสมองเสื่อมมีข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งยังไม่มีการรักษาที่สามารถป้องกันหรือหยุดการลุกลามของโรคได้ ทำได้แค่เพียงการดูแลประคับประคองกันไปตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย





