เทคนิคสังเกตุสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์

Ngày đăng 16-07-2022

       โรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด เป็นโรคที่รักษาไม่หาย  มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปจะพบได้น้อย  โรคอัลไซเมอร์ในระยะแรกเริ่มมีอาการ อาจปรากฏขึ้นเร็วกว่านี้ บางทีอาจก่อนอายุ 50 ปีเลยก็เป็นได้

 

อาการ

       ที่สังเกตได้ในระยะแรกสุดของโรคมักไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่เป็นอาการอย่างอื่น เช่น ความเครียดหรือความผิดปกติทางจิตอื่นๆ ในระยะแรก อาการที่พบบ่อยที่สุดคือการสูญเสียความจำ และความยากลำบากในการจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่นาน  อาการต่างๆ ที่ตามมาได้แก่ ความสับสน หงุดหงิด ก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวน พูดไม่ชัด สูญเสียความจำระยะยาว และการถอนตัวทางสังคม โดยทั่วไปของผู้ป่วยเมื่อความรู้สึกต่างๆลดลง การทำงานของร่างกายก็จะค่อยๆ ลดลง จนถึงขั้นนำไปสู่ความตายในที่สุด

 โรคอัลไซเมอร์มี 3 ขั้นตอนหลัก 

1.ระยะเริ่มต้น

–  ค่อยๆ เพิ่มความสับสนมึนงงไม่รู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน มีแนวโน้มที่จะหลงทางได้ง่าย
–  สูญเสียความสามารถในการทำกิจกรรมด้วยความคิดริเริ่มของตัวเอง
–  หลีกเลี่ยงการเผชิญสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย เช่น การไปเที่ยว
–  ตอบสนองล่าช้าและลดความสามารถในการเรียนรู้ลง
–  เริ่มพูดในอัตราที่ช้าลงกว่าเมื่อก่อนมาก
–  มีปัญหาในการจัดการเรื่องเงินทอง
–  ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณแย่ลง และตัดสินใจผิดพลาดบ่อย
–  อาจมีอารมณ์หงุดหงิดและมีอาการซึมเศร้า และประหม่า

อาการเหล่านี้มักจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อบุคคลนั้นอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือต้องรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติหรือไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

2. ระยะกลาง

–  หลงลืมเพื่อนสนิท หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัว
–  กระสับกระส่ายและรู้สึกสับสน
–  มีปัญหากับกิจกรรมง่าย ๆ เช่น การอ่าน การเขียน และเลขคณิตง่ายๆ
–  มีปัญหาในการจัดระเบียบความคิดในการลำดับขั้นตอน
–  มีปัญหาในการแต่งตัว
–  หงุดหงิดง่าย และไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
–  เชื่อในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล  สงสัยระแวงผู้อื่น
–   ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง

3. ระยะสุดท้าย

ในระยะสุดท้ายของโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้

– ไม่สามารถอาบน้ำ กินข้าว แต่งกาย หรือเข้าห้องน้ำได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป
–  อาจถูกกักตัวไว้บนเตียงหรือรถเข็นผู้ป่วย
–  สูญเสียความสามารถในการเคี้ยวอาหาร
– เสียการทรงตัวได้ง่ายและอาจล้มบ่อย
– สับสนมึนงงอย่างมากและมีอาการนอนไม่หลับ
– ไม่สามารถสื่อสารด้วยวาจาได้
– มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

 

       ในปัจุบันความเป็นไปได้ในการรักษาภาวะสมองเสื่อมมีข้อจำกัดหลายประการ  ซึ่งยังไม่มีการรักษาที่สามารถป้องกันหรือหยุดการลุกลามของโรคได้ ทำได้แค่เพียงการดูแลประคับประคองกันไปตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย